Artit 的个人资料Hi! e^a^k照片日志列表更多 工具 帮助

日志


11月23日

ใกล้แล้วสินะ 1964

ใกล้แล้วสินะ 1964

          

         หลังจากเฝ้าฝัน วนเวียน อยู่ในสังคมเด็กแวนซ์ ช่างเครื่อง มานาน 55
เอ้ย ไม่ใช่ๆ ต้องเป็น จากเด็กคนนึง ที่มีความฝันว่า สักวัน จะมีพาหนะ คันเล็กๆ
เป็นของตัวเองสักคัน ที่สามารถจะพาเราไปยังจุดหมาย ที่ต้องการ อย่างปลอดภัย
แต่นั่น การเป็นเจ้าของพาหนะ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือใหญ่โต สำหรับใครๆ นักหนา...


    


         การมีรถคันเล็กๆ นั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะ
หลายๆคน สามารถมีรถได้ คันใหญ่ คันเล็ก ใหม่ เก่า ถูก แพง
เร่งแรง เร่งแล้ว ดับ หรืออย่างไร ก็ว่ากันไป 55

         แต่ สำหรับผม 1964 คันนี้ ถึงจะไม่ใช่รถคันแรก
ที่ใช้น้ำพัก น้ำแรง หยาดเหงื่อ แรงงาน ของตัวเอง ไขว่คว้า มาตอบสนอง
ซึ่งความสุขชั่วครั้ง ชั่วคราว หรือจะเรียกว่า ตัณหามนุษย์
ที่ยืดยาว คดเคี้ยว ไม่มีที่สิ้นสุด  อะไร ก็ว่ากันไป

         เอาเป็นว่า 1964 คันนี้ มันเป็นสัญลักษณ์ อย่างหนึ่ง ที่แสดง
ให้เห็นว่า จากเด็กตัวเล็กๆ คนนึง ที่มีความฝัน ความทะเยอ ทะยาน
ที่บอกกับตัวเองว่า "สักวันนึง อยากจะขึ้นไปบนอาน ที่นั่ง บิดกุญแจ สตาร์ท
เครื่องยนต์ ปลดปล่อยอารมณ์ ให้ว่างปล่าว ปราศจากความวุ่นวาย
ทั้งหลายแหล่ ทอดอารมณ์ ไปกับ สายลม แสงแดด เส้นทาง ที่มุ่งหน้าไป
โดยทั้งอารมณ์ ที่ หม่นหมอง แห้งเหี่ยว ไว้เบื้องหลัง
        
         และต่อจากนี้ไป ผม คิดว่า เจ้ารถคันนี้ ก็คงจะเป็นเพื่อนซี้ อีกอย่าง
สำหรับชีวิต เด็กหนุ่ม บ้าๆ บอๆ คนนึง อย่างผม ในที่สุด ดีใจจริงๆ
ที่จะได้ พบกันในอีกไม่ช้า ... แล้ว เจอกัน 1964 ที่รัก 
^___^''

 

7月3日

spring 2.0 ฆ่า กุ เลย ดีกว่า

spring 2.0 ฆ่า กุ เลย ดีกว่า



      เผลอนิดเดียว นี่เวลา Clock ก็ล่วงเลยผ่านครึ่งปี มาแล้ว หมาดๆ นี่เอง ><''
ปีนี้ ยังไม่ได้ทำอะไร เป็นชิ้น เป็นอัน เลยเรา เวลาผ่านมาก็เข้าเดือน 7
ซะละ

      Black Sheep ครึ่งปีที่ผ่านมา ออกทัวร์เดินสาย ร่อนเร่ พเนจร Wilted rose เหอๆ
ไม่ใช่ๆ
ออกไปทำงาน (ตามไซด์ลูกค้า ที่ต่างๆ มากมายหลากหลายแห่ง
เหลือเกิน
ตอนนี้ ก็ได้ที่สิงสถิตย์ กับเค้าซักที
ถึงจะเป็นโปรเจ็คสั้นแค่ 1-2 เดือน
ก็เหอะ แต่ก็ยังดีกว่า ต้องระหก
ระเหิน เดินทาง ไปๆมาๆ เหมือนแต่ก่อน


      แต่ใครจะไปเชื่อว่า บ้านอยู่รังสิต ต้องมาทำงานที่ บางนา กม.21 Broken heart
<<< อะไรนะ ! $@#$@$%^#@#U%^ ฟังไม่ผิด ใช่ไหม เนี้ยะ
(อีกนิดเดียว เลยไปหน่อย ก็บางปะกง แล้ว) >>> Sad งานเข้าแล้วสิ ตุ

      จะเอายังไง กับชีวิตละทีนี้ ยังดีที่บริษัทลูกค้า มี "รถโรงเรียน" Auto
รับ/ส่ง ถึงที่นะ
ไม่งั้น งานเข้าของแท้ แน่นอน ถึงยังงั้นก็เหอะ จากเมื่อก่อน 8 โมงเช้า
เพิ่งจะบิดขี้เกียจรอบ 2 อยู่บนเตียง แต่มาวันนี้ เวลาเปลี่ยน อะไรๆ ก็ต้อง
เปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา มันคือ สัจจะธรรม ที่ต้องเป็นไป
>>> อาเมนน

><''


      ถึงงาน จะไม่เข้าโดย ตรงแต่ มันก็เข้าทางอ้อม เหมือนกัน ปัจจุบัน
ทุกวันในเวลา 5.00 AM ข้าพเจ้า ก็ต้องเด้งขึ้นมาจากที่นอน โดยระบบอัตโนมัติ
ไม่มีเวลากระทั่ง จะง่วงหงาว หาวนอน ToT เพราะถ้าออกจากบ้านช้ากว่ากำหนด
นั่นหมาย
ความว่าไปขึ้น "รถโรงเรียน" Auto ไม่ทัน นั่นเอง
(ขึ้นรถไม่ทัน มีหวังงานเข้า >>>ไปสาย<<< อย่างไม่ต้องสงสัย)


      แต่ในความเลวร้าย ก็ต้องมีความดี Light bulb อยู่บ้าง นั่นแหละ ไม่งั้นอะไร ต่างๆ
ในโลก ก็ต้องไม่มีสมดุล อยู่ได้ (เพ้อเจ้อ อะไรนักหนา เนี่ยะตุ = =*)


ไม่ใช่ อะไร จะเข้าเรื่องซักที "spring 2.0 ฆ่า กุ เลย ดีกว่า"

ที่ตั้งหัวเรื่องไว้
แบบนี้ ก็เพราะว่า โปรเจ็คที่ ผมได้มีโอกาส มาทำโปรเจ็คใหม่นี้
มี Technology (ใหม่ รึปล่าว หว่า? มันมาได้ 3-4 ปี ละ ตุไปอยู่ที่ไหน Black Sheep มาเนี่ยะ)
ที่ให้ ผมได้เรียนรู้ เพิ่มเติม ให้สมองของผม ได้ทำงาน
(หลังจาก สมองไม่สั่งการมา หลายเดือน 55+)

โดย Spring นั้น คืออะไร ก็พอจะได้ยินมาก่อน ว่าคือ "ฤดูใบไม้ผลิ" นั่นเอง
<< จะบ้าหรอ แก ! ไม่ใช่ๆ จะขำ ไปไหน นักหนา

Spring มันเป็น Framework ในการพัฒนา J2EE Application (งง ไปใหญ่)
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เอาเอง ตาม link ด้านล่าง จะดีกว่า


ยังไง ก้าวผ่านมาครึ่งปี เหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะสิ้นปีอีกแล้ว แต่ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่
ก็คง
ต้องสู้กัน ต่อไป สินะ


สู้ๆๆ อาทิตย์ Dog face


REF:

http://www.springsource.org/
http://en.wikipedia.org/wiki/Spring_framework/
 


2月27日

Hamburger Crisis 2009

Hamburger Crisis 2009


         ช่วงนี้ ใกล้เข้าหน้าร้อน แล้วสินะ ดูจากอากาศ ที่เปลี่ยนแปลง
(อุณหภูมิ สูงขึ้นกว่าต้นปี มากๆ) จากที่ ทำงาน อยู่ในห้องแอร์ หนาวๆ
ออก มาเจอแดดร้อนๆ อากาศอบอ้าว เล่นเอา จะจับไข้ ซะแล้วสิ - -

         และที่พ่วงมากับอากาศที่ร้อนแบบนี้ ก็เห็นจะเป็นสภาวะเศรษฐกิจ
ของปีนี้ เล่นเอา ร้อนเนื้อ ร้อนตัว กันเป็นแถว ไล่มา ตั้งแต่ เพื่อนสนิท
ของเราหลายๆคน โดน มรสุมเศรษฐกิจ กระทบกับตัว (ไม่เว้นเรา ด้วย - -*)

         ที่เค้าบอกว่า ปีนี้ "เผาจริง" คงจะไม่ใช่ แค่การคาดคะเน ซะแล้วละสิ 55
โดนไปเต็มๆ จาก เพื่อน ที่มีงาน มีเงิน ไว้จับจ่ายใช้สอย ไม่ขาดมือ ใช้เงิน
แบบ .. "ตำน้ำพริก ละลายแม่น้ำ" >>> มาวันนี้ ใกล้สิ้นเดือนที่ 2 ของปี

         งานไม่มี = เงินไม่มี บ่นๆ กันมา เป็นเดือน ยังหางาน เอาเงิน มายาไส้แห้งๆ
ยังไม่ได้ นึกจะขำ ก็ขำ นึกอยากจะร้องไห้ ก็น้ำตาตกใน *^* โดน กันเป็นแถบๆ
เดือนนี้ โปรเจ็คที่ทำอยู่ ก็มีอันจรรี ด้วยเหตุผล ข้างต้น T^T

         วันนี้ วันศุกร์ สิ้นเดือน ซะด้วย แทนที่ จะออกไป แรด เหมือนๆแต่ก่อน
ก็จำใจ ต้องกลับมา นั่งแหง่ว อยู่บ้าน ท่องไว้ "ประหยัด รัดเข็มขัด" 555
แม้ จะท่อง คาถา นี้ประจำ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พอแวะไป มองที่ บัญชี รายรับ-รายจ่าย
ที่ขยันที่เข้าไว้ โอ้วว ... . แดง เต็มกระดาน ฮ่าๆ ประหยัดอะไร รายจ่าย > รายรับ
ภาษา ของ พวกบัญชี เค้าคงจะบอกว่า ตัวเลข อย่างงี้ มีแต่ เจ๊งกับเจ๊ง O_o

         ส่วนมาก การใช้จ่าย จะหมด ไปกับ การบันเทิง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ออน.
^อ้าว ไม่ใช่ๆๆ ซะส่วนใหญ่ เหอๆ+ และ อีกอย่างก็เห็นจะเป็น เรื่องค่าหมอ ค่าหยูกยา
นั่นแหละ

         ปีนี้ อายุเข้าเลข 25 แล้ว เห็น โบราณ ว่าอาถรรพ์ บรื๋ออ +  + เริ่มแรกตั้งแต่
ต้นปี เริ่มสร้างวีรกรรม เมาแล้วดันขับรถ ข้ามจังหวัด กลับบ้าน ดึกๆ ดื่นๆ  จนทุกวันนี้
แม่ ก็ยังบ่น ไม่้้เลิก ไม่มีแม้ โอกาสจะจับ กุญแจ รถ *~*

         พักหลังมานี้ สุขภาพ ย่ำแย่ จริงๆ คงเป็นเพราะ ทำงาน ไม่เคย ได้ออกกำลังกาย
เหมือนเมื่อก่อนนี้ (ไม่ฟิต) รู้สึกว่า สุขภาพ ตัวเอง ตกต่ำ ลงเรื่อยๆ เมื่อวันก่อน ไปเตะบอล
กับเพื่อนไกด์ มา 55 ศูนย์หน้าผ้าเย็น วิ่งไป วิ่งมา 2 รอบ หัวใจแทบวาย

         หลายๆอย่างๆ ทำให้เราต้องขยัน มากขึ้น ทุ่มเท มากขึ้น (อย่างที่ไม่เคย มาก่อน*)
เมื่อก่อน เคยได้ิยินคำว่า "สร้างเนื้อ สร้างตัว" ~ ก็ไม่เข้าใจ คืออะไร วะ "สร้างเนื้อ สร้างตัว"
ไม่เห็นจำเป็น แต่ พอมาวันนี้ ก็พอจะเข้าใจ ได้บ้าง ถึงยังไม่เข้าใจทั้งหมด ก็เถอะ

ปีนี้ เรื่องที่จำเป็น ต้อง โฟกัส ให้ชัดๆ ก็เห็นจะเป็น เรื่อง "Hamburger Crisis" นี่แหละ
(ความจริง โฟกัส มาตั้งแต่ ปีก่อน แล้วด้วยซ้ำ)

ตอนแรกเข้าใจว่า มันไม่น่ากระทบ กับเราเท่าไหร่ แต่จาก ที่ผ่านมา 2 เดือนนี้ >>>>
โดน เต็มๆๆ ><"





ยังไง ขอให้ ทุกๆคน ผ่านพ้น วิกฤต นี้ไปให้ได้ นะครับ โชคดี ครับ ^.^





1月12日

ทริป ทำบุญ ไหว้พระ 9 วัด

ทริป ทำบุญ ไหว้พระ 9 วัด


         เมื่อวานนี้ เราก็ถือฤกษ์ดี ในวันปีใหม่ มีโอกาสได้
ออกไปทัวร์ทริปทำบุญ ไหว้พระ 9 วัด ... กัน ^~^ กับพี่ๆ
ที่อ็อฟฟิส ทั้งคณะที่ลงทะเบียนก็มีกัน ดังนี้

1.พี่ซูม (อันนี้ซูมสาวๆ รึปล่าว?) หรือพี่เอกกี้ หรือพี่เกรียน2 W
^~ฉายาเยอะจัง (อันนี้เป็นตัวตั้ง ตัวตี ชวนๆกันมาไหว้พระ*)

2.พี่อ๊อฟแอ๊ฟ (เป็นพี่ คนที่จัดแคมเปญงานนี้ ขึ้นมา 55)
3.พี่ออย (พี่สาว คนข้างบน เค้าา + +)
4.พี่หนุ่ย (พี่ที่ชอบอนุรักษ์โลก โดยการขี่จักรยาน ไปทั่วทั้ง กทม.)
^ถามได้จาก คนกวาดขยะ หลายๆเขต รู้จักแก ดี เอ้ยย ล้อเล่นน พี่ ๆ -*-
อ้อๆ ได้ข่าว นครยายกพี่แก ก็เคยปั่น ไปมาเมื่อไม่นานมานี้ 60 กม. ฟิตเกิ๊นน ~

5.พี่ทีด้า (ไม่ใช่ โฆษณารถยนต์ หม่อมปลื้มนะ 55 พี่ๆ เค้าเรียกกัน งี้ อะ)
6.พี่ก้อย (อันนี้ ไม่มี อะไร จะแซว นอกจาก โสล่ง ที่วัดพระแก้ว Mix & Match พี่ๆ ~^)
7.แล้ว ก็สุดท้าย ตัวผม นั่นเอง

ปล.มีสมาชิก อีกหลายท่าน ที่ติดธุระมาไม่ได้ เช่น พี่เกรียน
(อันนี้ โทรไป ปิดโทรศัพท์เฉย เกรียนมากๆ ^^*)
แต่ก็ขออนุโมธนา บุญ ด้วยแล้วกัน ครับ ~


         เช้าวันอาทิตย์ ที่อากาศเย็นๆ ท้องฟ้าแจ่มใส ผม ก็สะดุ้ง ตื่น
ลุกขี้นมาจากที่นอน หมอนมุ้ง ตอน หกโมงเช้าพอดี ZzzZZzzZZZZZZzZZz
เห้ยย มีนัดกันที่วัดพระแก้ว ตอน เก้าโมงเช้านี่นา จะไปทันมั้ย เนี้ยะ ห้าๆๆ
ว่าแล้ว ก็ติดสปริงเด้งขึ้นมา จากเตียง ... โอ้ย หนาวๆ หลังๆ 2-3 วันมานี้
ทำไม อยู่ดีๆ อากาศหนาวๆ ขึ้นมานะ อยากนอนต่อ T^T <<<  อันนี้คิดในใจ

          นั่งทำใจ ซักพัก -*- ก่อนไป อาบน้ำ 55+ อาบน้ำ แปรงฟัน ฮัมเพลงไป อะไร ไป
เอ้ยย เจ็ดโมงแล้วว !$^&@!~^# สายแล้วๆๆ จะไปทันมั้ยๆ T^T หลังจากแต่งองค์
ทรงเครื่องอะไร เสร็จแล้ว ก็ไปหยิบเจ้า D80 คู่ใจ << มานึกได้ ตอนหลัง
อ้าว ลืมชาร์ทแบตฯ ไปนี่หน่า ทริปนี้เลยถ่ายภาพ ไปตาม ยถากรรม ตามที่แบตฯ จะเอื้ออำนวย เหอๆ+

         ตัดมาฉากหลังจาก ที่ออกมานอกบ้านแล้ว ต่อรถไป ต่อรถมา นั่งรถ ลงเรือ
ขี่ม้า ขี่ลา ??? <<< เอ้ยๆ ไม่ใช่ๆ อะไร จะหลังเขาขนาดนั้น บ้านคนนะ ไม่ใช่ทุ่งนา* เฮ้ออ
แล้วก็มาถึงที่สนามหลวง ณ เวลา แปดโมง(เช้า) ตรง ... เค้านัดกัน เก้าโมงเช้านี่หว่า
เจือกมาทำไรก่อน ตั้งชั่วโมงนึงเนี้ยะ .. ฮาา ลงรถมาก็เดินต๊อกต๋อย อยู่พักนึงและแล้ว
เสียงโทรศัพท์ ก็ดังขึ้น

กริ๊งๆ ... กริ๊งๆ (เหมือนเสียงโทรศัพท์บ้านๆ ยังไง ไม่รู้ -*-)

ผม: "ฮัลโหล ครับ พี่อ๊อฟ (พี่ที่ทำงาน ที่น่ารัก ที่ซู้ดดด ~)"
พี่อ๊อฟ: "ฮัลโหล นาย นี่นาย ถึงไหน แล้วน่ะ ? (งัวเงียๆ ขมุกขมัว)"
ผม: "อ๋อ ผมอยู่สนามหลวง แล้วครับ พี่ล่ะครับ ?"
พี่อ๊อฟ: "โห นาย มาถึง ไวมาก เดี๋ยวพี่โทรตาม เพื่อนๆ ก่อน.. . ZzzZzzZ"
พี่อ๊อฟ: "นาย กินอะไร รึยัง หาอะไร กิน ก่อนก็ได้ น้าาา ~*"

.
.
.

ผม: "อ๋อ ผมยังไม่ได้กิน ครับ ยังไง เดี๋ยวผมไปหา อะไรกินก่อน ละกันครับ"
ผม: "ถ้าพี่ๆ มาถึงเมื่อไหร่ โทรมานะครับ + + เดี๋ยวผม ไปรอ ข้างในวัดละกันฮะ"
พี่อ๊อฟ: "ได้จ้าๆๆ ^ ^"

บทสนทนาจบที่ตรงนั้น


         หลังจากวางสายโทรศัพท์ ผมก็เดินไปหาอะไร รองท้อง ก็ได้
ร้านบะหมี่ ตรงข้าม ประตูทางเข้าวัดพระแก้วฯ เป็นที่ "ยึดเหนี่ยว" ท้องที่กำลัง
ร้องดัง "จ้อกๆ (แปลว่า หิวแล้วๆ) อยู่" 55

         กินบะหมี่ ชามน้อย อยู่แค่ไม่กี่วินาที ขณะที่ท้องน้อยๆ ยังร้องจ้อกๆ(แปลว่า หิวแล้วๆ) อยู่เลย
(เพราะ เจ๊แกใส่มาน้อยจริงๆ ถ้าไม่บอกว่า บะหมี่ จะนึกถึง ก๋วยเตี๋ยวเรือ อนุสาวรีย์ ชามละ 7 บ. = =)
หมดชาม ก็จ่ายเงิน (ค่าเสียหาย 32 บาทไทย = บะหมี่ 30 บ. น้ำเปล่า 2 บ.)
แล้วก็เดินข้ามถนน มาลิ่วๆ มาหน้าประตูทางเข้าวัดพระแก้วฯ ยืนแหงนหน้า มองประตู สลับกับหน้าพี่ทหาร
ที่แกเฝ้ายามอยู่ อย่างแข็งขัน - Yes Sir !!! <- อันนี้ เติมเอง คริคริ ^^"

         ซักพัก ผมก็ตัดสินใจ ปะ ไหนๆ พี่ๆก็ยังไม่มากัน เราลุยเข้าไปก่อนเลย ละกัน
(ตามๆ คนอื่นเค้าไป ไอ้เรา ก็เคยมากับเค้าซะที่ไหนละ เดี๋ยวหลงๆ 55+)

.
.
แว่ป ถ่ายรูป มุมนั้น มุมนี้
แว่ปๆ ดูลาย ภาพเขียนที่ผนัง + +
.
แว่ปๆ แอบไป ฟังไกด์ ทัวร์ เค้าบรรยาย ประวัติของวัด ให้ฝรั่งฟัง รู้เรื่องมั่ง ไม่รุ้เรื่องมั่ง (แต่ที่รู้ๆ มันดี ตรง "ฟรี" นี่เอง ~*)
.
รอ ร๊อ รอ .. สัปหงก มั้ง อะไร มั้ง ... ZzZZzZzZZz  <<< อันนี้ ไม่มี๊ ไม่ มี /\
.
.


         ข้ามไปตอนเวลา 10.30 น. (หลังจากที่ผม มาถึงสนามหลวง 2 ชม.)
สมาชิกทุกๆ คน ก็มากันพร้อมหน้า พร้อมตา พร้อม ตะลุย ทริปไหว้พระ 9 วัด
สมอย่างตั้งใจ ทุกท่าน ^~^

.
เดินเข้าวัดนู้น ออกวัดนี้
.
.
หลงทางกัน มั้ง
.
แวะหา อะไร กินข้างทาง มั้ง
.
.
เดินๆ ลงเรือ
ขึ้นตุ๊กๆ มั่้ง ชิว ชิว ~
.
(จิ๊บๆๆ . . เสียงนกบินกลับรัง แบบนี้ อะป่าวหว่า + + ช่วงตะวัันลับตา ใกล้พลบค่ำ /)
.


ท้ายที่สุด ทริปนี้ จบลงเกือบเวลา 18.00 น.
ผมและคณะเดินทาง ก็ไปไหว้พระ ทำบุญ กลับมา ได้แค่ 7 วัดเอง
เนื่องจาก

"เมื่อใดเห็นตามที่เป็นจริง ด้วยปัญญาว่าสังขารเป็นของไม่เที่ยง"
(สัมเพ สังขารา อนิจจา ติยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ)

^ได้เรียนรู้ พุทธสุภาษิต บทนี้ มาอย่างลึกซึ้ง ทีเดียว T^T

อัน ได้แก่

1.วัดวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
2.ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร
3.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
4.วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร
5.วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร
6.ศาลเจ้าพ่อเสือ
7.วัดสุทัศเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร

แหะๆๆ บอกซะละเอียด เลยนะ ^~^

อย่างที่บอกไปว่า ได้เท่านี้ อ่า สังขาร ไม่ไหว จริงๆ อุอุ *~*
(ขอบอกว่า เมื่อยมากๆๆ T T โดยเฉพาะ Highlight ที่ขึ้นพระปรางค์ วัดอรุณฯ*
ชาตินี้จะไม่มีวันลืม เลย O-O ชันมากๆๆ และขาลง มองลงมา สูงมากๆๆ เสียว ล่วงลงมา = =)




แต่ว่า ยังไงก็ได้อธิฐาน ขอพร เผื่อทุกๆคน ที่ผมได้รู้จัก ด้วยน้า ~ สาธุ












1月9日

first time with my D80 (revise)

first time with my D80 (revise)

ย้อนไปสมัย ตั้งแต่ เป็นเด็ก เป็นเล็ก สมัยยังเรียน ป.1 - ป.2
(เวลามันผ่านมาได้ยังไง ตั้งเกือบ 20 ปีเนี้ยะ) <<< นึกย้อนไป นานทีเดียว

เท่าที่ผมจำความได้ วิชาที่ผมชื่นชอบ ก็ไม่ัพ้น วิชาที่ได้ เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงๆ

ไอ้ครั้นที่จะเรียนวิชา พวก ท่องๆจำๆ คำนวณ หัวมันก็ไม่ค่อยจะทันใครเค้า ซักเท่าไหร่

สมัยประถม ก็ยังพอจะมีประกาศณียบัตรเรียนดี เรียนเก่ง ส่งมาให้ป๊าและแม่ ที่บ้านชื่นชม เป็นพักๆ

ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเรียนไป เล่นไป ยังๆไงๆ ก็ได้เกรด 4 เกือบทุกตัว เพื่อนๆมีใครเป็นเหมือนผมมั้ย ?

แต่พอผ่านมาสมัยมัธยมนี่สิ ทำไม ยิ่งเรียนเกรด ยิ่งตกๆ 55+ (แต่มันก็เป็นอดีตที่ผ่านมานานแล้ว)
สงสัย ความเป็นวัยรุ่น มันชวนผม ให้เดินหลงทิศ หลงทาง ไปในที่ อโคจร (เป็นบางครั้ง)
ร้านที่ว่า ก็ไม่พ้นร้านเกมส์ ร้านอินเตอร์เน็ท (เกมส์ออนไลน์) เหมือนๆ กับ วัยรุ่นทั่วๆไป ในสมัยนั้น

หวังว่า น้องๆ สมัยนี้ คงใช้ สื่อ ให้มันเกิดประโยชน์ ในทิศทางที่สร้างสรรค์ มากกว่า ผม (ในอดีต นะ ^^)



.
.
.

เกริ่นมา ตั้งนาน ไม่ได้ จะเขียน บล็อก หรอก ครับ
เผอิญ เมื่อผมโต ขึ้นมา เรียนมหาวิทยาลัย ติดนิสัย ชอบเขียน ชอบเล่า ชอบอ่าน นะครับ





ย้อนไป สมัยประถม มัธยม สิ่งที่ผม สังเกต ได้ ว่าผมสนใจ ใคร่รู้ กว่าอย่างอื่น ก็คือ อย่างที่ว่า ครับ
วิชาที่ได้ เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงๆ


เช่น วิชาเกษตร (เลี้ยงหมู เลี้ยงหมา) ,พละศึกษา ,ศิลปะ และ สุขศึกษา (ในบางคาบ ฮ่า ฮ่า) << ล้อเล่น น่ะครับ






ทุกครั้งที่เข้าเรียน วิชาศิลปะ มันก็ทำให้ ผมมีสมาธิ จิตใจ จดจ่อ และมีความสุข อย่างไม่รู้สึกตัว
(ที่แท้ เป็นเพราะรุ่นน้อง ที่ตอนนั้น ผมจีบอยู่ เผอิญเรียน อยู่ชั้นบน ห้องศิลปะ ที่ผมเรียนนั้นเอง อันนี้นอกเรื่อง นิดนึง 55+)





และก็มีอยู่วันหนึ่่่่ง ที่ดวงชะตา หรือ พรหมลิขิต จะเรียกอะไร ไม่ทราบได้
ผมมีโอกาสได้ไป เที่ยวบ้าน เพื่อน ที่ต่างจังหวัด ได้เสพ บรรยากาศ ธรรมชาติ สมัยวัยรุ่น
(ช่างมีความสุขจริงๆ <<~ อันนี้คิดในใจ)





และวันนั้นเอง ผมก็ได้ไปเจอ "กล้องถ่ายรูป" รุ่นเก่า วางฝุ่นจับ อยู่หนึ่งตัว ขอไม่บอกยี่ห้อละกัน นะครับ
เอาเป็นว่า ชื่อ ขึ้นตั้น ด้วย "น.หนู" ละกัน เหอๆ+
กล้องตัวนี้มันวาง เซื่องซึม อยู่ในห้องนอนร้างๆ ของเพื่อนผม
ผมเลย หยอกล้อ กับ เพื่อน แบบ ที่เล่น ที่จริงว่า

"ผม: พังรึปล่าว เนี้ยะ ?? ถ้าไม่ กูขอซื้อต่อได้ ป่าว ?"
"มัน: กล้องอันนี้ มันของพ่อกู เค้าเก็บสะสมไว้ ไม่ขาย วะ"

แต่วันนั้น เมื่อกว่า 10 ปีก่อน อย่างที่มันว่า มันไม่ยอมขายให้ผม
ผมก็เลย ได้แต่คิดๆ ว่า "ซักวันผมจะมีกล้องเป็นของตัวเอง ให้ได้ซักตัว"





นับจากวันนั้น วันที่ผม ได้สะสม ความอิ่มเอม ความฝัน ความสุขใจ ตามประสา วัยรุ่น วัยคะนอง
ที่ไม่ได้แม้แต่ จะคิดว่า อนาคต จะเกิด อะไรขึ้นบ้าง มาถึงวันนี้ ก็เป็นเวลาเกือบๆ 10 ปี
เพียงแค่จะบอกให้โลกรู้ว่า "ข้าได้มีกล้องเป็นของตัวเองเรียบร้อย แล้วว้อย"





แต่ก็อีกนั่นละ "ชีวิต" มันต้องสู้ต่อไป ไม่มีอะไร ได้มาง่ายๆ ถ้าไม่พยายาม
ปกติมีเวลาว่างๆ ผมก็จะเข้ามาเล่นอินเตอร์เน็ท เล่นนู่น เล่นนี่ ไปเรื่อยเปื่อย
และเมื่อซักไม่ถึงปีที่ผ่านมา ผมก็ได้ค้นหาข้อมูลเรื่อง "การถ่ายภาพ ,อุปกรณ์ ,เทคนิค ต่างๆ"

ก็ได้มาเจอบ้าน pixpros เข้าโดยบังเอิญครับ
นับจากวันนั้น ก็ได้ข้อมูลข่าวสาร สาระ ต่างๆ มากมาย





ผมถือโอกาสใช้กระทู้นี้เป็นกระทู้แนะนำตัวเอง และขอบคุณ พี่ๆ ทีมงาน ที่มีจิตใจ วิญญาณ รัก ในการถ่ายภาพ
ที่ได้สร้างสังคม ที่ดี ที่มีสาระ ความรู้ ที่พร้อมจะแบ่งปัน ให้กับ คนทุกสถานะ ซึ่งเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
และอนาคตของสังคมเรา อย่างมากครับ

ขอให้เป็นสังคมที่มีสิ่งดีๆ แบบนี้ ตลอดไป

ปล.รูปภาพ ไม่ค่อยจะเกี่ยวกัน เท่าไหร่ แต่มันเป็นผลงานชิ้นแรก กับอุปกรณ์
ที่ผมกำลังทำความรู้จัก เหมือนกับเพื่อนๆ ในที่นี้ หลายๆ ท่าน

ยังไง ก็แนะนำ ติชม กันได้เลย นะครับ






.
.
.
.

.
.
.
.

.
.
.
.


ขอบคุณ และ สวัสดี ครับ

ฝากเนื้อฝากตัวด้วย นะฮะ





.
.
.
.

รูปแถม นะครับ

เด็กๆ แถวบ้าน ผม เค้า กำลัง จะสื่อ และอยากให้ ผู้ใหญ่ ทุกท่าน
มีอารมณ์ ความรู้สึก ดังรูป ครับ







Special Thank for : http://www.pixpros.net/

REF:
http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=22885


12月30日

Happy New Year 2009

Happy New Year 2009

       บ่ายเหงาๆ วันนี้ ก็ใกล้ถึงวันสิ้นปีเต็มที แล้วสินะ
ปีเก่าไป ปีใหม่ กำลังจะมาถึง ช่วงนี้ผู้คน ก็เริ่มทยอยๆ
เดินทางออกจากกรุงเทพฯ กลับบ้าน ตามต่างจังหวัดกันหมดแล้ว
เห็นได้จากตามท้องถนน ก็รู้สึกโล่งๆ ผิดปกติมาตั้งแต่ เมื่อวานแล้ว
บ้างก็หยุดยาว 9 วัน บ้างก็ได้หยุดแค่ 5 วัน (ตามนโยบายรัฐบาล -*-)

       ถึงจะได้หยุดกันคนละกี่วัน มันก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะใช้
เวลาพักผ่อน กันได้มากน้อยแค่ไหน แต่ยังไงก็ตาม เหตุการณ์ สถานการณ์ช่วงนี้
ก็ยังทำให้หลายๆคน ยังไม่มีความสุขซักกะที T^T <<< สงสารประเทศไทย จัง*
มีอะไรต่อมิอะไร ตั้งหลายเรื่องทั้ง เศรษฐกิจ การเมือง เฮ้ออ มึน ตึ๊บ!
แต่เทศกาลปีใหม่ทั้งที ก็ใช้เวลา หยุดคิด ซักแปบ หันไปฉลอง
เทศกาลอย่างเดียว ดีกว่า เดี๋ยวจะงานล่ม ตั้งแต่ ยังไม่ได้เริ่ม 55+

       ปีเก่าที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้ มีอะไรเปลี่ยนไปมากมาย ทั้ง "หน้าที่การงาน
ความคิด การกระทำ มุมมอง" ต่างๆ เปลี่ยนไป มีอะไรๆ สั่งสอน ให้เราได้
"เก็บเกี่ยว เรียนรู้ จดจำ" มากมายเหลือเกิน ทั้ง "ความสุข ความเจ็บปวด
เสียงหัวเราะ ^~^ เสียงร้องไห้ T^T" คละเคล้ากันไป
หรือนี่แหละ ที่เค้าเรียกว่า "สีสันของชีวิต" . . .

        หนึ่งปีผ่านไป นั่นหมายความว่า เราก็ กำลังจะโตขึ้น อีกหนึ่งปี ไปด้วย
เผลอ แป๊บเดียว มาถึง 25 ตั้งแต่ เมื่อไหร่ เนี้ยะ - -* ถ้าย้อนนึกกลับไปใน
อดีต ก็ได้แต่ มองเห็น เหตุการณ์ การกระทำ อะไรต่อมิอะไร หลายๆอย่าง ที่ทั้ง
ผิดพลาด ไร้สาระ ไร้เหตุผล ซะเยอะเลย อาจจะใช้คำว่า "มันคือบทเรียน"
ก็คงไม่ผิด ซักเท่าไหร่ มั้ง + +

.
.
.
.

*เขียนมาซะยืดยาว ที่แท้ ก็ไร้สาระ เหมือนเดิม 55+


        

        ไหนๆ ก็ใกล้เทศกาล ที่ทุกคนๆ ต่างก็มีความสุขกันถ้วนหน้า
ไอเราจะพลอยเศร้า มันก็จะดู ขัดๆ ยังไงๆ อยู่ ยังไง ก็ต้องพยายามแกล้ง
เนียน เฮฮา ปาร์ตี้ ไปตาม ยถากรรม ตามนั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า ~

        อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อยากจะใช้โอกาส อวยพร ให้ ญาติมิตร ทุกคนในครอบครัว
รวมทั้งเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคน ที่เราได้รู้จักกัน ว่า ขอให้ เดินทาง ปลอดภัย และมีความสุขกับปีใหม่
ที่กำลังใกล้เข้ามา อีกไม่กี่วันนี้ หวังว่า ทุกๆคน จะพบกับความสุข/เจอแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต
สุขภาพ แข็งแรง ร่ำรวย เงินทอง โชคลาภ โดยถ้วนหน้า ทุกๆคนเลย ละกัน ^-^
 


แฮปปี้นิวเยียร์ ครับบ! ^~^

Love is all around

Love is all around

ในบางเวลาที่ใจต้องการใครซักคน
คนเดียวที่เข้ามาทำให้ใจที่เคยได้สับสน
กระวนกระวายไม่เป็นอันทำอะไรและทุกข์ทน
กลายมาเป็นสุขล้น กลายมาเป็นอีกคนได้ทันที

เพราะว่าคนเราในบางเวลาก็คงต้องเจอกับปัญหา
บางคนที่หาทางออกไม่ได้ก็เลยต้องกลายเป็นคนบ้า
แต่มีสิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้ใจได้เยียวยา
คำว่ารักษา ติดปีกให้ใจล่องลอยไปในนภา

* นี่คือรักยิ่งใหญ่ของใคร ใครซักคนหนึ่ง
ที่พอให้ใจได้ซึ้งตราตรึงไม่จางหายไป
ถ้ามันคือความรักมีอยู่รอบตัวเต็มทุกหัวใจ
โลกนี้ก็คงสดใสด้วยใจแห่งรักของเรา

แต่มีบางคนที่บางเวลาที่เขาไม่มีใคร
มีความต้องการแต่ก็ไม่รู้จะเดินไปทางไหน
คงทำได้เพียงแค่เตือนตัวเองว่าเขาต้องทนได้
คงเจอจุดหมายและใจก็คงจะเจอกับรักจริง

ไม่ว่าจะคุณหรือว่าจะใครก็คงต้องการจะมีรัก
ที่อยากจะเจอก็ลองอดใจและคงมองเห็นไม่ยากนัก
ไม่นานก็คงประจักษ์ สิ่งที่เรียกว่าความรัก
เลิกซักเลิกถาม ไปตามหามันด้วยใจตัวเองซักครั้ง

*

จริงๆในใจเป็นใครก็รู้และคงเข้าใจดี
อะไรที่ทำให้เรายังคงอยู่บนโลกใบนี้
อะไรที่ทำให้เราได้มีเวลาที่แสนดี
เพียงแค่คำๆนี้พูดอีกทีให้ดังให้ซึ้งใจ

ขอสดุดีแด่คนที่ทำให้โลกนี้มีความรัก
ขออย่าได้ถือจับมืออีกทีก็นี่แหละความรัก
และขอให้รักที่อยู่บนโลกมีมากกว่าดวงดาว
Love is all around, you heard? Love is all around

*

และนี่ก็คือรักยิ่งใหญ่ของใคร ใครซักคนหนึ่ง
ที่พอให้ใจได้ซึ้งตราตรึงไม่จางหายไป
ถ้ามันคือความรักมีอยู่รอบตัวเต็มทุกหัวใจ
โลกนี้ก็คงสดใสด้วยใจแห่งรักของเรา




ศิลปิน : Mild
อัลบั้ม : Mild
เพลง : Love is all around
11月17日

Terima Kasih - Thank You Malaysia - 20081114

Terima Kasih - Thank You Malaysia - 20081114

        ช่วงวันหยุด สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมก็ได้มีโอกาส
ได้ไปพักผ่อนที่ต่างประเทศ (ประเทศมาเลเซีย) <<<
พูดซะดูไฮโซ เชียว ก็ประเทศเพื่อนบ้านเราเอง นั่นละ 55+

        Last weekend i have a chance to rest in foreign country
(Malaysia). By the way there are neighbor of Thailand (555+).

        เริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เที่ยวบิน Air Asia FD3571
กรุงเทพฯ - กัวลาลัมเปอร์ฯ เวลา 07.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น
ในประเทศไทย ทริปนี้ก็ต้องขอบคุณ "พี่ตุ่น" มา ณ ที่นี้ด้วย
ที่ได้ให้กระผมได้ติดสอยห้อยตามไปด้วย (อย่างฉิวเฉียด) แบบว่า
ทำ passport เสร็จ แบบ ยังสดๆร้อนๆ อยู่เลย เฮ่ออ.... 

        
Start this trip at FRI 7.10 AM by Air Asia Airlines (FD3571)
from Bangkok to Kuala Lumpur in local time, this trip need to say
Thank you to P'Tun for your kindness that take me go together krab.
Nearly take my passport just few days before check in Hummm @#%&^~!.

        และก็ต้องขอบคุณไกด์ดีๆ อย่าง "พี่โต MR.KELWIN และพี่ตี๋"
อีกด้วย ที่ได้ให้ข้อมูล ความรู้ แบบมีสาระ บ้าง ไม่มีสาระ บ้าง เหอๆ+
รวมไปถึงที่พัก ที่แสนจะเย็นสบาย แม้ไม่มีแอร์ก็ตาม และสุดท้ายก็
อาหารที่รองท้องผมทุกคน ในทุกๆมื้อ แม้จะมีคอมเม้นท์ เยอะแยะเลย
แต่ผมคิดว่าถ้าไม่มี อาหารเหล่านั้น พวกเราก็คงจะแย่เหมือนกัน

       
And also many Thank you to cool guide "P'To , MR.KELWIN and P'Tee"
also that you give me more a good Malaysia information any joke that make me
laugh alway this trip , good hotel and fresh air and last thing is any meal that
we eat although you're got any comment from our ,
but i think if we have no any your good meal we will very hungry also.

        เริ่มเกริ่นนำโดยขอบคุณ ท่านผู้มีอุปการะคุณ ทุกท่าน เรียบร้อย
แล้ว ก็มาเข้าเนื้อหาสาระกัน ซะที ทริปนี้เป็นสวัสดิการที่บริษัทมีให้กับ
พนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมดีจริงๆ เลยครับ ไอ้เราก็ไม่เคยไปหรอก
มาเลซง มาเลเซีย เนี้ยะ ไปภาคใต้สุดๆ ก็พัทยา แค่นี้เอง อุยย <<<
อายจัง เหอๆ บ้านนอกมากๆ*

       
Just start this journey from "Say Thank you" too much ,
now i need to explain about this trip is company benefit for any employee haha..
that's mean "everybody can fry" (like some airlines advertise) , I never been to
Malaysia before southern for me just Pattaya (Thailand) <--- so shy.

        ก็เหมือนกับทุกๆคน ที่คิดว่าความรู้สึกแรกเมื่อได้ยินคำว่า
"ประเทศมาเลเซีย" ก็คือ "คนแขก อาบัง" อะไรประมาณเนี้ยะ เหอๆ
แต่เมื่อผมเดินทางออกจากกรุงเทพฯ (ประเทศไทย) มาถึง กัวลาลัมเปอร์
(ประเทศมาเลเซีย) ที่สนามบิน

Kuala Lumpur International Airport Low Cost Carrier Terminal (KLIA LCCT)

        Like any people when you hear the word "Malaysia" you will think about
(Islamic people,Indian) somethink like this but when i come from Bangkok (Thailand)
arrival at Kuala Lumpur (Malaysia) in
Kuala Lumpur International Airport Low Cost Carrier Terminal (KLIA LCCT)

The KLIA control tower and part of the airport

A waiting lounge in KLIA's Low Cost Carrier Terminal (LCCT)

         เวลาประมาณ 10.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ประเทศมาเลเซีย เวลาเร็วกว่า ประเทศไทย 1 ชั่วโมง)
พอได้เดินทางออกจากสนามบิน เพื่อไปยัง Twin Towers (หรือตึกแฝด) ที่ทำการ
ของบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของประเทศมาเลเซีย เค้า ก็คือ บริษัท Petronas นั่นเอง

       จากระยะทางที่นั่งรถจากสนามบิน มาถึง KL ก็ประมาณ 30-40 กิโลเมตร
ก็จะได้เห็นเส้นทางมอเตอร์เวย์ ที่สะดวกสบาย ตึกคอนโด สูงๆ เยอะแยะ
รวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่ทั้ง "พี่โต และ คุณ KELWIN" ได้ให้ ความรู้มากมาย
ก็ทำให้ความคิด เกี่ยวกับ ประเทศ และ คนมาเลเซีย ของผม เปลี่ยนไปทันที

       
At 10.20 AM in Malaysia local time (more 1 Hr than Thailand)
just come out from airport i can see a long highway it's so convenient ,
a lot of High Condominium , more Malaysia information  from "P'To and MR.KELWIN"
it's make my mind that think about Malaysia is changed.
 

 - ค่าเงินของประเทศมาเลเซีย ใช้สกุลเงิน RM (Ringgit Malaysia) นะจ๊ะ
   ถ้าคิด เป็นเงินบาทไทย ก็ตีซะ 1 RM = 10 THB

 - ภาษาที่คนในประเทศนิยมพูดกัน ก็มี ภาษา Bahasa Melayu (بهاس ملايو)
   ซึ่งก็ยังใช้เป็นภาษาราชการ และก็ยังใช้ภาษาอังกฤษ จีนแมนดาริน (จีนกลาง) อีกด้วย

 - ประเทศมาเลเซีย มีการประกาศเอกราช ภายใต้การปกครองของ ประเทศอังกฤษ 
   เมื่อวันที่ 31 August 1957

 - Malaysia use RM (Ringgit Malaysia) currency it's arround 1 RM per 10 THB

 - Popular Language is Bahasa Melayu (بهاس ملايو) it's also Malaysia Official Language
   and also use English , Chinese Madarin

 - Malaysia gained independence on 31 August 1957



ทริปนี้ ก็มีสถานที่ สำคัญๆ ที่มีโอกาสได้ไปทัศนา ก็มีดังนี้
This Popular tourist place from this Trip is below:

1.Petronas Twin Towers & Kuala Lumpur Tower

Petronas Twin Towers

Sky Bridge

Kuala Lumpur Tower

2.Batu Caves ย่าน ถ้ำศาลเจ้าอินเดีย

(จำชื่อไม่ได้ T^T น่าจะประมาณ Murugan ประมาณนี้ ตามประวัติ พระองค์ เป็นน้องของพระภิฆเนตร*)
(I can't remember this statue name , It should be called is "Murugan Statue")
 
Murugan statue

Interior of Batu Caves

3.Genting Highlands Resort , ThemePark & Casino

First World Hotel

Outdoor Theme Park

4.Royal Palace (Istana Negara) - (พระราชวัง กษัตริย์ ของมาเลเซีย)

Royal Palace (Istana Negara)

Royal Palace (Istana Negara)

5.OTOP/DUTY FREE SHOP
6.Putrajaya (เมืองศูนย์กลาง สถานที่ราชการ รัฐสภา มัสยิสสีชมพู)


The Prime Minister's office at Perdana Putra

Putra Mosque

The Ministry of Finance building

Seri Wawasan Bridge


REF: 
http://en.wikipedia.org/wiki/Malaysia
       http://en.wikipedia.org/wiki/Kuala_Lumpur_International_Airport
       http://en.wikipedia.org/wiki/Petronas_Twin_Towers
       http://www.genting.com.my/
       http://en.wikipedia.org/wiki/Genting_Highlands
       http://en.wikipedia.org/wiki/Batu_Caves
       http://en.wikipedia.org/wiki/Istana_Negara,_Kuala_Lumpur
       http://en.wikipedia.org/wiki/Putrajaya

9月19日

เลี้ยงฉลองตกงาน (อีกแล้ว)

เลี้ยงฉลองตกงาน (อีกแล้ว)


     หัวค่ำ ของวันเสาร์ที่ 13 กันยา ในวันที่บรรยากาศ
อึมครึม ฝนตกปรอยๆ ในหมู่บ้านอันห่างไกล และเงียบสงบ
แถบชานเมืองกรุงเทพฯ (ย่านรังสิต)


"กริ๊ง กริ๊ง ..."
เอก  : "ฮัลโหล..."
วัลโย : "เห้ย ทำอะไร อยู่ว่ะ ?"
เอก  : "เออ ว่าไง อยู่บ้าน อ่ะดิ ไม่ได้ทำอะไร ... "
วัลโย : "ออกมากินเบียร์สด มั้ย? พรุ่งนี้กูไม่ทำงาน"
เอก  : "อะนะ แล้ว อยู่ไหน ละเนี้ยะ มึง?"
วัลโย : "กูอยู่สยาม มีคอนเสิร์ตซีลด้วย เนี้ยะ"
.
.
นู่น นี่ ๆ ซัก 10 นาที
.
.
เอก  : "เออ เดี๋ยวอาบน้ำ แล้วจะออกไป ละกัน"
วัลโย : "เออ เร็วๆ ละมึง แล้วเดี๋ยวเจอกัน"
เอก  : "เออๆ"

     บทสนทนาจบลงตรงนั้น เวลาผ่านไป ชั่วโมงครึ่ง หลัง
จากทรมาน นั่งรถฝ่าสายฝน ออกมาถึงจนได้

เอก  : "เมื่อกี้ผ่านสยามมา คอนเสิร์ต จบแล้วนี่หว่า?"
วัลโย : "เออ อะดิ"
เอก  : "อ่าว กำ -*- ... ตอบง่ายเลยมึง แล้วจะไปไหนล่ะ"
วัลโย : "คิดอยู่ ยังไม่รู้เลย ..."
เอก  : "เวรกรรม ไร้จุดหมายอีกแล้วมึง"
วัลโย : "เออ เดี๋ยวลองไปดู สุขุมวิท ทองหล่อ เอกมัย นี่ละ"
เอก  : "แต่เช้าเลย เนี่ยะนะมึง (เวลาขณะนั้น 21.30น.)"
.
.
เดินโต๋ๆ เต๋ๆ อยู่ในซอยทองหล่อ ซัก 10-20 นาที
.
.

     สุดท้ายก็ได้ที่สิงสถิตย์ ณ MUSE PUB (สาวเพรียบ!!!)
ฮ่า ฮ่า ฮ่า คิดว่าเป็นการเลี้ยงฉลองตกงาน (อีกแล้ว) ย้อนหลัง
ก็แล้วกัน เหอๆ+

     ถือว่าไม่ได้มาเช้าไปแต่อย่างไรครับเพราะวันนั้นคนทยอย
กันเข้าร้านจนแน่นขนัด ทันตาในเวลาไม่ถึง 4 ทุ่มครึ่งดีเลย
บรรกาศร้านก็โอเค เพราะเป็นร้านใหม่เพิ่งเปิดมาเพียง 2-3 เดือน
เท่านั้น

     ไปถึงไม่พูดพร่ำทำเพลง เปิด Black ซะ 1 ขวด (ใจป๋ากันอีกแล้ว*)
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดนตรีที่เล่นก็เป็นวง Indy (แปลว่าอะไร หว่า) คงประมาณว่า
ไม่ได้เป็นที่รู้จักซักเท่าไหร่ มั้ง เล่นเพลงแนว ซะเยอะ <<< เรามันคนละ
รุ่นแล้ว (เลยดูแก่ๆ ไปทันตา* ^^)  เวลาผ่านไป ไว เหมือนกัน
พอมาได้สติอีกที ร้านก็ปิดซะแล้ว เหอๆ+ เมาครับ *~*

สรุป วันนั้น รวม ค่าเสียหายสุทธิ 3,000+

ปล.ตื่นเช้ามาก็แฮงค์ หลังจากปล่อยแก่ซะเต็มอิ่มเมื่อคืน
ก็ตามต่อด้วยแฟมิลี่ทริป ตลาดดอนหวาย จ.นครปฐม อันสุด
สมบุก สมบัน ทีเดียว* (งอแง มากๆ)* <<< ติดตามชม
ในแกลลอรี่ได้เลย แต่หน้าตาออกจะขมุกขมัว หน่อยนะ
เนื่องจากยังไม่หายแฮงค์ดี ^^


ข้อมูลร้าน:



MUSE PUB เปิดวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2551

สถานที่ตั้ง อยู่ที่ ทองหล่อซอย 10
เลี้ยวขวามาทางร้านโออิชิ แล้วขับมาประมาณกลางซอย
ก่อนจะเลี้ยวซ้ายเข้า ร้าน BOOZE
ร้านอยู่หน้าปากซอย ร้าน BOOZE ติดถนนครับ

6月28日

เจาะแก่น SOA ตอนที่ 3 BPEL

เจาะแก่น SOA ตอนที่ 3 BPEL

       จากบทความก่อนหน้า ผมบอกว่า web service (WS) ก็คล้าย
method แต่ว่าถูกดึงออกมาอยู่ข้างนอกลอย ๆ ที่นี้เราจะทำอย่างไร
เพื่อเรียกใช้มันเพื่อสร้าง application หรือ business process
ที่ประกอบด้วย web service หลาย อัน

       ก่อนอื่นขอแบ่งประเภทของเว็บเซอร์วิสเป็น 2 ประเภท

1. Atomic web service - เว็บเซอร์วิสทำงานด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเว็บเซอร์วิส
2. Composite web service - เว็บเซอร์วิสที่ต้องเรียกใช้เว็บเซอร์วิสอื่น เพื่อสร้าง service ของตัวเอง

จากนั้นเราแบ่งจุดประสงค์ของการเรียกใช้ WS เป็น 2 แบบ

1. เรียกใช้ เพราะเราต้องใช้จริงๆ ผู้เรียกมักเป็นend user client
             เช่น ผู้ใช้ส่งข้อมูลไปยัง WS ของบริษัททัวร์ เพื่อซื้อ packageทัวร์

2. เรียกใช้ เพราะจะไปให้คนอื่นใช้ต่อ ก็คือ Composite WS นั่นละ 
             ต้องเรียกใช้หลายๆ WS มาประกอบกันเพื่อสร้าง service ของตัวเอง

เช่น WS ของบริษัททัวร์ เรียกใช้ WS ของโรงแรมเพื่อจองห้อง,
สายการบินเพื่อจองตั๋ว และธนาคารเพื่อตัดยอดเงิน

       การเรียกใช้ web service มี 2 วิธีหลักๆ ได้แก่

1. ใช้ Web service client API เช่น WSIF, WSE เป็นต้น

ก็คือเราเขียน application (ด้วยJava หรือ .NET) ของเราไปตามปกติ
เมื่อถึงเวลาต้องเรียกใช้ WS ก็เรียกใช้ API แทน เหมือนกับการเขียนโปรแกรมปกติทั่วไป

วิธีนี้เหมาะกับ end user client ที่เป็นผู้ใช้ปลายทางจริงๆ
เพราะไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย และมักเรียกเพียงไม่กี่ service

อย่างไรก็ตามวิธีนี้ไม่เหมาะกับการสร้าง Composite WS
เพราะเรามักใช้ Composite WS เพื่อสร้าง business process

(business process คือ บริการที่เห็นหรือสัมผัสได้โดยตรง
จากผู้ใช้หรือลูกค้า และให้ผลตอบแทนกับองค์กร นั่นก็คือservice
นอกสุดที่ให้บริการลูกค้าโดยตรงนั่นเอง)

ซึ่งมี business logic ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ นอกจากนี้ business goal
ของการสร้างapplication ด้วย WS ก็เพื่อความคล่องตัว (agility) ปรับเปลี่ยนง่าย
จะได้สอดคล้องกับสภาพธุรกิจปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง

ดังนั้นการผูกแต่ละ WS ไว้ด้วยการ coding แบบเก่านั้น
งไม่เหมาะกับการสร้าง business process ด้วย WS
ตามหลักการของ SOA

2. ใช้ WS ตัวกลาง (mediator) มาเรียกใช้ sub-WS นั่นคือใช้ BPEL
(Business Process Execution Language) นั่นเอง

การจะสร้าง business process หรือ composite WS จาก BPEL ต้องประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่

2.1 BPEL file - BPEL เป็นภาษาที่ไว้ใช้กำหนด business process

ซึ่งจริงๆ แล้ว เป็นภาษา xml ลักษณะของ BPEL คือ เป็น procedural language
คล้ายกับ flow chart ทำหน้าที่กำหนดว่าจะเรียก WS ไหน, เมื่อไหร่ และอาจเก็บตัวแปรด้วย
การทำงานจะไปข้างหน้าเรื่อย ๆ จนจบไฟล์
ลองนึกถึง file build.xml ของ Ant อาจเข้าใจ การทำงานคล้ายอย่างงั้นเลย)

2.2 BPEL engine คือ ตัวที่จะมาอ่าน BPEL ที่เราเขียน และ สร้าง composite WS
ให้ทำงานตามที่กำหนดใน BPEL นั่นเอง (คล้าย Ant tool ที่อ่าน build.xml)

client ที่เรียกใช้จะเห็น composite WS ที่สร้างขึ้นเป็นเหมือน WS ทั่วไป

BPEL engine ปัจจุบันก็เช่นBPEL manager ของ oracle ซึ่ง vendor 
                  ส่วนใหญ่จะมี BPEL designer ติดมาด้วย เพื่อสร้างและแปลง flow chart เป็น bpel
                 (อย่างที่บอกว่าbpel เป็นภาษาที่เหมือน flow chart อยู่แล้ว ไม่มีแยก function 
                  มี control flow แค่switch-case, loop และก็อย่างอื่นอีกนิดหน่อย 
                  สามารถดูตัวอย่างได้ที่ link อ้างอิง)

       นอกจากนี้ BPEL ยังสนับสนุนการทำงานแบบ concurrent, asynchronous
และ exception handling ด้วย

       อย่างไรก็ตาม BPEL ก็คือ procedural languageที่ไว้ใช้สร้าง
Composite web service โดยการระบุการเรียกใช้ WS อื่นๆ
เพื่อสนับสนุนแนวความคิดของ SOA นั่นเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

REF: http://blog.middleware.co.th/

5月4日

สดุดีดับเบิ้ลแชมป์อยู่แค่เอื้อม

สดุดีดับเบิ้ลแชมป์อยู่แค่เอื้อม

Man UTD vs Chelsea at Moscow

Man UTD vs Chelsea at Moscow


    และแล้วก็ได้บทสรุปของ 2 ทีมที่จะได้ชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า
แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาล 2007/2008 โดยปีนี้เป็นการพบกันระหว่าง
"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ "สิงห์บูลส์" เชลซี 2 ทีม
ที่กำลังขับเคี่ยวคั่วแชมป์ในศึกพรีเมียร์ชิพอังกฤษ..เสียด้วย..

    สำหรับฤดูกาลนี้ก็เป็นครั้งที่ 3 แล้วของถ้วยหูใหญ่ที่มีทีมจาก
ประเทศเดียวกันมาพบกันเองในนัดชิงชนะเลิศหลังจากที่เปลี่ยนจากชื่อ
ศึกยูโรเปี้ยนคัพ มาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมกับให้มีมากกว่า 1 ทีม
จากแต่ละเทศเข้าแข่งตามแต่ค่าสัมประสิทธิ์ในเรื่องต่างๆ ที่ยูฟ่าคิดขึ้นมา
 
    โดย 2 ครั้งที่ผ่านมานั้นเป็นการ พบกันระหว่าง รีล มาดริด กับ บาเลนเซีย
จากสเปน ส่วนอีกครั้งหนึ่งจากประเทศอิตาลี ระหว่าง เอซี มิลาน กับ ยูเวนตุส..

    แน่นอนครับสำหรับคู่ชิงครั้งนี้นับว่าเป็นมวยถูกคู่ ถูกกระดูก จริงๆ
แม้ใครหลายคนอยากจะเห็นศึกวันแดงเดือดในเวทียุโรปมากกว่า แต่เมื่อ
"หงส์แดง" ดั๊น..ไม่มาตามนัด (ฤดูกาลที่ แล้ว ผีแดง ก็ไม่มาตามนัด)..
ก็เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับกันไปสำหรับแฟนหงส์ และ คอบอล ที่อยากเห็น
ดรีมไฟน่อล...

    อย่างไรก็ตามสำหรับคู่นี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยยิ่งทั้งคู่กำลังแย่ง
แชมป์ลีกในประเทศกันอยู่อย่างนี้..และเมื่อถึงวันชิงชนะเลิศ
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั้นก็จะทราบกันไปแล้วว่าใคร จะสมหวังเวที
ในประเทศก่อน.. อาจจะเป็นทีมใดทีมหนึ่งคว้าทั้ง 2 แชมป์
หรือ แบ่งกันไปคนละแชมป์ก็เป็นได้...

    ทางด้าน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนฯยูไนเต็ด
ที่สามารถนำทีมเข้าถึงนัดชิงเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี และเป็นครั้งที่ 2
ของเขาได้ออกโวผีสมควรทะลุ ชิงแล้ว

    "มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมมาก สโมสรแห่งนี้สมควร
ได้ผ่านเข้าไปเล่นนัดชิงชนะเลิศ พวกเรามีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่
และดูแฟนบอลเหล่านี้สิ มันมหัศจรรย์มาก มันเป็นงานที่ยากลำบากมาก
ในช่วงท้ายเกม เพราะเมื่อพวกเขา (บาร์เซโลน่า) ตกเป็นฝ่ายตามหลัง
และจำเป็นต้องเสี่ยงเปิดเกมรุกใส่"

    "แฟนบอลของเรา ยอดเยี่ยมกันจริงๆ เวลาที่แฟนบอลของเราคึกคัก
แบบนั้น เราไม่เคยทำให้พวกเขาผิดหวัง พวกเขามีส่วนสำคัญมากเหลือเกิน
พวกเขาบังคับให้เราต้องเล่น เกมนี้ เป็นฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมมาก
เรามีนักเตะที่เล่นดีหลายคนมาก มันน่าเสียดายที่ต้องเลือกแค่คนเดียว
ไม่ว่าจะเป็น เวส บราวน์, ริโอ เฟอร์ดินานด์ ซึ่งคุณอาจบอกชื่อแบ็กโฟร์
ทั้งหมดเลยก็ได้ แต่สำหรับผม (คาร์ลอส) เตเวซ ยอดเยี่ยมจริงๆ
หลายครั้ง เตเวซ และเขาก็กระตือรือร้นตลอดเวลา"

    ส่วนทางด้าน อัฟราม แกรนท์ กุนซือชาวอิสราเอล ของเชลซี
ที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสรด้วยการพาเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
เป็นครั้งแรกได้ออกมากล่าวอย่างภูมิใจ

    "การสร้างประวัติศาสตร์ที่สโมสรแห่งนี้ ในการเป็นผู้จัดการทีมปีแรกของผม
ท่ามกลางความยากลำบากทุกอย่างที่เราเจอ และ แนวทางที่เราสามัคคีกัน
มีความหมายกับผมมาก มันไม่ใช่แค่เรื่องที่ดีเราได้เข้ารอบชิงชนะเลิศ
แต่รวมถึงวิธีที่เราทำมัน ตอนนี้ผมอยากขอบคุณทุกคน ตั้งแต่เจ้าของสโมสร
ไปจนถึงสตาฟฟ์ของผม"

    "ตั้งแต่วันแรก ผมก็ถูกเพ่งเล็งเยอะมาก ผมไม่ได้ต่อต้านสื่อ
ผมเข้าใจเสียงวิจารณ์ในช่วงแรก หลังจากนั้นผมไม่เข้าใจ
แต่ผมก็รู้ว่าผมต้องพิสูจน์มากกว่าอย่างอื่น เราสร้างประวัติศาสตร์
ซึ่งสำคัญต่อสโมสรแห่งนี้มาก และ เราก็ยังมีโอกาสคว้าแชมป์"

    นอกจากนั้นแล้วเหล่าแฟนบอลทั้ง 2 ทีมจากประเทศอังกฤษ
ก็ได้เฮกันเมื่อ ยูริ ลุซคอฟ นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก แฟนบอล
ชาวอังกฤษ จะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาชมเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
นัดชิงชนะเลิศ ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้
ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีวีซ่าเข้าประเทศแต่อย่างใด

    โดยในตอนแรกหลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดปัญหาเรื่องความล่าช้า
ในการขอวีซ่าเข้าประเทศรัสเซีย แต่ล่าสุด ลุซคอฟ ได้ออกมาเผยว่า
แฟนบอลทีมผู้ดีจะได้ รับการยกเว้นเป็นกรณี พิเศษในครั้งนี้
โดยขอให้มีเพียงหนังสือเดินทางและตั๋วนัดชิงชนะเลิศเท่านั้น
ก็สามารถเข้าประเทศได้

    "มิเชล พลาตินี่ ประธานยูฟ่า ขอร้องให้เราให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่
ในการออกวีซ่าให้กับแฟนบอลของทีมคู่ชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก
เราตัดสินใจว่ากองเชียร์ 21,000 คน ของแต่ละสโมสรที่ลงเล่นนัดชิง
จะสามารถเข้าชมแมตช์นี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีวีซ่าเข้าประเทศรัสเซีย
เราได้แก้ปัญหาใหญ่ต่างๆ ก่อนเกมนัดชิงและคาดว่าจะไม่เจอกับความยุ่งยาก
อะไรอีก ผม สามารถรับประกันได้เลยว่ามันจะเป็นการพักผ่อนดูฟุตบอล
อย่างแท้จริงในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ที่กรุงมอสโก" ลุซคอฟ กล่าว

    เหลือเวลาอีกประมาณ 3 สัปดาห์ครับที่ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาล 2007/2008
จะได้บทสรุปกัน สงครามแข้งระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เชลซี
ในฤดูกาลนี้จะจบลงอย่างไรค่ำคืนวันที่ 21 พ.ค. ที่ลุซนิกิ สเตเดี้ยม
ใจกลางกรุงมอสโกคำตอบทุกอย่างจะถูกตอบอย่างแน่นอน

REF :
www.siamsport.co.th
5月1日

มีแฟนใหม่แล้วชื่อ SOA (Service-Oriented Architecture)

มีแฟนใหม่แล้วชื่อ SOA (Service-Oriented Architecture)


         ฮึ่มม ช่วงนี้ทำงานดึกๆ แถมตื่นเช้าทุกวัน เจอลมหนาว
ละอองฝน ลอยมาปะทะเป็นระยะเลย อากาศแย่จริงๆ ฝนตก
พายุเข้ามา อาทิตย์กว่าๆแล้วสินะ (เห้ออ ปวดหัว - -")
ทำงานไป ไม่สบายก็แล้ว จนหายกลับมาก็แล้ว***
อากาศทุกวันนี้ปรับตัวลำบากจริงๆ

       ทำงานที่ Avalant มา ก็ผ่าน 6 เดือนไปแล้ว
เมื่อไม่กี่วันนี้เอง ทำงานที่นี่ก็ดีเหมือนกัน ได้ความรู้ ประสบการณ์
ลองผิด ลองถูก เยอะแยะเลย แถมมีพี่ๆ

(Manager: พี่เอก,พี่ตั้ม,พี่เอส,พี่ปิง,พี่หม่อง,พี่หลิน) และ
(TRU2C Project: พี่โป่ง,พี่เบนซ์,พี่หมวย,ไกด์) และ
(TRU3C Project: พี่รักษ์,พี่ปาล์ม,พี่โอ,พี่เจตน์,บีม,หมู)

ที่ใจดี มากๆ คอยให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกต่างหาก หุหุ
ต้องขอบคุณพี่ๆทุกคนจริงๆ ครับ*

       จนผมมีโอกาสได้ Transfer มาทำงานอีก Project นึง

      "เห้ยย พี่.. ให้ผม Transfer ไป TRU3C: Project หรอครับ"
      "แล้วใคร จะดู App ที่ผมเขียนละครับ ทีนี้"

      "อืม น่าๆ เดี๋ยวเอกก็เป็นคนสอนให้เค้า อีกทีสิ นะ อืมๆ"

      "โอว เอางั้นหรอครับ พี่"

      "อืมๆ น่า เอาแบบนี้แหละ"
 
.. ."จะไหวมั้ยเนี่ยะครับ พี่น้องครับ ประสบการณ์
เริ่ม DEVELOPER ก็ไม่กี่เดือนเองตั้งแต่เข้ามาเนี่ยะ"

      "น่าๆ พี่เชื่อว่าเอกทำได้ นะ อืมๆ"

      "โห Project นี้ เป็น SOA Concept ซะด้วยสิ จะรู้เรื่องมั้ย เนี่ยะ กำๆๆ" << อันนี้คิดในใจ
      "งั้นเดี๋ยวลองดู ก็ได้ครับ ว่าจะเป็นไงมั่ง" << อันนี้ที่พูดออกมา ฮ่าฮ่า

      ฮึ่มม แล้วคราวนี้ของจริงซะด้วย SOA Concept
ยังไม่เคยเห็นใครที่ไหน เค้าใช้เป็นจริง เป็นจังซักกะที
ตอนนู้น ก็เคยแต่ ไป Training กับ IBM แต่คงไม่มีอะไร ยากนักหนาเกินกว่า
ความสามารถเราหรอกนะ เง้อ*
 
ชื่อ Project เต็มๆก็คือ

TRUE : TRU06-3C :
: Responsible for  FRONT-END DEVELOPMENT

Development Tools
 - IBM WEBSPHERE PORTAL6.0
 - IBM TIVOLI LDAP5.0
 - IBM RATIONAL 7.0.0.4
 - ORACLE 10G

Development Design Frameworks & Concept
 - Service-oriented architecture (SOA)
 - Web Service
 - AJAX (Asynchronous JavaScript and XML) with dojo third party
 - JAVA Programming

     ทีนี้คงต้องปูพรม หาความรู้ใหม่ๆอีกละลอกแล้วสินะ ไหนจะต้อง
เรียนรู้ SOA Concept + Web Service อีก ฟื้นฟูวิชา JAVA Script Programming
อีก (Project นี้ใช้ AJAX Control)  ฮ่า ฮ่า ฮ่า


The Star 4 Final Round

The Star 4 Final Round


     ในที่สุดการแข่งขันอันแสนยาวนาน ของ
"The Star ค้นฟ้าคว้าดาว Season4" ที่กินเวลานับดูแล้ว
ก็ประมาณ 6 เดือนเศษๆ ก็ผ่านการแข่งขันรอบสุดท้าย
(วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา) ในที่สุดเราก็ได้ The Star
คนใหม่ของเมืองไทยกันแล้ว 

     โดย ผลปรากฎออกมาว่า
"แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น"
The Star หมายเลข 4 นักร้องสาวผิวสีแทน ฉายา
น้องสาวบิยองเซ่ของชาวใต้

     ได้รับคะแนนโหวตจากคนไทยทั่วทั้งประเทศ
ชนะ หนุ่มอีสานหน้าหล่อ ทายาทนักการเมือง "รุจ ศุภรุจ เตชะตานนท์"
The Star หมายเลข 8 ไปอย่างท่วมท้น

     โดยแก้มได้คะแนนไปทั้งสิ้น 61.17% ขณะที่
รุจ หรือ ศุภรุจ เตชะตานนท์ ได้ไป 38.83% เท่านั้น



/------------------------------------------------------------------------------------------------/


 

แก้ม คว้า The star 4 มาครองได้สำเร็จ



The Star 4



แก้ม ล้างอาถรรพณ์ !! คว้า เดอะสตาร์4 หญิงคนแรก


          ในที่สุดก็รู้ผล The star 4 แล้ว โดย แก้ม หรือ วิชญาณี เปียกลิ่น สาวใต้ หมายเลข 4
สามารถคว้าตำแหน่ง "เดอะสตาร์" ในปีนี้มาครองได้สำเร็จ สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นผู้หญิงคนแรก
ที่ได้เป็นเดอะสตาร์ โดยได้คะแนนไปทั้งสิ้น 61.17% ขณะที่ รุจ หรือ ศุภรุจ เตชะตานนท์ ได้ไป 38.83%

         
โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (27 เมษายน) หลังมีการโชว์มินิคอนเสิร์ตคนละ 35 นาที
ให้แฟนๆได้เห็นฝีไม้ลายมือกันไปเต็มๆเมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ 26 เมษายน กันไปแล้ว
ก็มาถึงเวลาระทึกใจกับการประกาศผล "เดอะสตาร์ค้นฟ้าคว้าดาวปี4" ที่จัดขึ้น ณ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก 

          งานนี้ต้องบอกว่าได้รับการตอบรับแบบท่วมท้นจริงๆ เพราะมีแฟนๆมารับบัตรฟลุคแน่นการกีฬาแห่งประเทศไทย
แต่มีเพียง 6000 คน เท่านั้น ที่มีโอกาสเข้ามาเชียร์แบบติดขอบเวที
        

          ก่อนที่จะประกาศผล 2 พิธีกร "แฟรงค์-เอก" ก็เชิญ 2 ผู้เข้ารอบสุดท้าย "แก้ม-รุจ" ออกมาโชว์เพลงสั่งลา
เรียกคะแนนโหวตจากคนดูเป็นครั้งสุดท้าย 

         "แก้ม"วิชญาณี เปียกลิ่น หมายเลข 4 ออกมาโชว์พลังเสียงในเพลง "ขอเป็นคนของเธอ"

          ส่วนหนุ่มหล่อ "รุจ"ศุภรุจ เตชะตานนท์ หมายเลข 8 ออกมาครวญเพลง "อกหัก" กระชากใจสาวๆ

The Star 4 



         
และระหว่างรอผลการตัดสินเพื่อนๆทั้ง 6 คน ไม่ว่าจะเป็น "ต้น"ชยธร เศรษฐจินดา,
"ภัทร"พรภัทร ก่อเกียรติตระกูล,"แม็ก"จิรายุทธ คันธยศ,"ดิว"อลงกรณ์ ต้นหนองคู่,
"เม"ปวีณ์สุดา จันทร์เกษ และ "แป้ง"ณัฐณิชา ทิพยมณฑล ก็ออกมาแจมกับ "แก้ม-รุจ"
รวมพลังโชว์เพลง "เพื่อดาวดวงนั้น" และเพลง "สิ่งดีดีที่เรียกว่าเธอ" เรียกเสียงกรี๊ดถล่มทลาย

          จากนั้น รุจ ก็ควงแขน แก้ม ออกมาบอกรักแฟนๆด้วยเพลง "รักเธอทุกวัน"
ต่อด้วยเพลงจากอัลบั้มแรกในชีวิตของทั้งคู่ที่มาร้องให้ฟังกันอีกครั้งคนละเพลง
จากนั้นก็ถึงเวลาของการระเบิดความมันส์กันอีกรอบ เมื่อเพื่อนๆผู้ร่วมแข่งขันทั้ง 6 คน
ก็สลับผลัดเปลี่ยนออกมาสร้างความมันส์ให้กับแฟนๆ

          เริ่มต้นด้วย เม กับเพลง "ความดันทุรังสูง" พับผ่าสิ..เธอโชว์ลีลาได้เซ็กซี่และมันส์ชนิด
ที่เรียกว่าสุดเหวี่ยงจริงๆ ตามมาด้วย หนุ่มดิว กับเพลง "พรหมลิขิต" ที่ทำเอาสาวๆกรี๊ดกันสนั่นลั่นอินดอร์ฯ
มันส์กันต่อกับ "ต้น" ที่งัดเพลง "อย่าเล่นตัว" มาชวนขยับแข้งขยับขา
"แม็ก-แป้ง-ภัทร" เลยแท็คทีมมามันส์ต่อด้วยเพลง "รักกันมั๊ย" ของ พี่เบิร์ด

   

The Star 4



         
แล้วจู่ๆ แฟนๆก็ต้องกรี๊ดกันลั่นฮอลล์อีกครั้ง เมื่อ "บี้"สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว ออกมาเซอร์ไพรส์
นำทีมรุ่นน้อง "แก้ม-รุจ-ต้น-ดิว" โชว์เมดเลย์ "จังหวะหัวใจ" และ "Someone" เท่านั้นยังไม่พอ ปิดท้าย
"เดอะสตาร์ทั้ง8" ยังขนเมดเลย์ทั้งเพลงซึ้ง เพลงสนุกมาให้แฟนๆมันส์กันแบบนันสต๊อป
ก่อนจะมาลุ้นกับการประกาศผลว่าใครคือ "เดอะสตาร์คนที่4" ของเมืองไทย

         และแล้วนาทีระทึกใจที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยก็มาถึง เมื่อพิธีกร เอก ประกาศออกมาว่า
แต่น แตน แต๊น ..."แก้ม"วิชญาณี คือ เดอะสตาร์ในปีนี้ โดยได้คะแนนเฉือน หนุ่มรุจ ไปชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด
คว้าแชมป์เดอะสตาร์หญิงคนแรกของเมืองไทยไปครอง โดยงานนี้มีผู้บริหารจากทางช่อง 9 อสมท.
ผู้สนับสนุนรายการ รวมทั้งจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งมี "พี่ดี้" นิติพงษ์  ห่อนาค มาเป็นผู้มอบรางวัล 

         ปิดฉากความสนุกบนเวทีเดอะสตาร์ 4 ครั้งนี้ นอกจากความยินดีกับ เดอะสตาร์ คนใหม่แล้ว
เหล่าบรรดาคณะกรรมการ "พี่เพชร-พี่ม้า-พี่โจ้" ยังขึ้นมาร่วมสนุกเต้นกับ เดอะสตาร์ทั้ง 8 คน กันแบบสะใจ
ทำให้บรรยากาศในอินดอร์สเตเดี้ยม ไม่มีคำว่าเศร้า มีแต่เร้าใจ และมันส์....เพียงเท่านั้น



The Star 4



         
อย่างไรก็ตามหลังได้เป็น เดอะสตาร์ คนใหม่ แก้ม ได้กล่าวว่า
"ขอขอบคุณทุกคนมาก ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้แก้ม ขอบคุณค่ะ"
ขณะที่แม่ของแก้ม ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า
"แม่ภูมิใจในตัวน้องแก้มตลอด
อยากให้ลูกตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ลูกฝันจะทำอะไร
สิ่งหนึ่งที่แม่บอกลูกเสมอคือ ความรับผิดชอบ แก้มทำอะไร คือ ตั้งใจทำ
และทำให้ดีที่สุด ทำด้วยใจ ลูกของแม่ แม่บอกได้ตลอดว่า
ลูกคิดอะไรในสิ่งที่ดีๆ ทำดีๆ ผลลัพธ์ดีๆ ก็จะกลับมาสู่ลูกเช่นกัน" 

         ส่วน รุจ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับแก้มด้วยว่า "ขอดีใจกับน้องด้วย
ความจริงน้องเป็นคนที่มีความสามารถสูง ผมก็แอบเชียร์อยู่เหมือนกัน
อยากให้น้องเติบโตเป็นศิลปินที่โด่งดังต่อไป"  

         ทั้งนี้ "แก้ม" สาวผิวคล้ำร่างอวบวัย 19 ปี เกิดที่ จ.ภูเก็ต จบชั้น ม.6
จากโรงเรียนสตรีภูเก็ต และอยู่ระหว่างวางแผนเรียนต่อในระดับปริญญาตรีด้านการร้องเพลง
ในระหว่างการแข่งขันได้รับฉายาให้เป็นน้องสาวบียอนเซ่ นักร้องสาวชื่อก้อง
จากพลังเสียงที่ทรงพลัง และเป็นศิลปินที่เธอชื่นชอบเป็นพิเศษ อนาคตแก้มใฝ่ฝันอยากเป็น
นักร้องและครูสอนร้องเพลงที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ 




รุจ The Star



         
ขณะที่ รุจ ทายาทนักการเมืองวัย 23 ปี เกิดที่ อ.เมืองพล จ.ขอนแก่น
กำลังศึกษาปริญญาโท วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ตลอดการแข่งขันรุจได้รับคะแนนนำในลำดับต้นๆ มาโดยตลอด

          อีกทั้งยังได้รับการขนานนามให้เป็นหนุ่มผู้มากับเสียงกรี๊ด ด้วยความที่หน้าตาดีเป็นทุนเดิม

          ศิลปินที่รุจชื่นชอบเป็นพิเศษคือ มาโกโตะ วงลูซิเฟอร์ ตูน บอดี้สแลม และ บอย พีซเมคเกอร์
ความใฝ่ฝันคือการได้เป็นนักร้องร็อกอย่างใจฝันแม้ว่าหน้าตาและบุคลิกจะดูขัดกับแนวเพลงที่ชอบก็ตาม
        


Reference: www.kapook.com
               www.gmember.com

4月5日

Sora Aoi

Sora Aoi

Sora aoi ในหนังไทยเรื่องแรก "ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น"




      ไม่รู้หนุ่มไทย จะดีใจหรือเสียใจดี ที่นางเอกหนัง AV ชื่อดัง แดนปลาดิบอย่าง ''โซระ อาโออิ''
หรือที่รู้จักกันดีในนาม ''น้องอ้อย'' ที่หนุ่มไทยต่างใฝ่ฝัน กำลังจะก้าวเข้ามาเป็นนักแสดงภาพยนตร์ไทย
ของค่าย ''จีทีเอช'' เรื่อง ''ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น'' ซึ่งดูไปแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี
เพราะโอกาสที่หนุ่มไทยจะได้ยลโฉมตัวจริงเสียงของเธอ คงไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป 



      แต่ที่น่าเสียดาย (แทนหนุ่มๆ ) คือ สาว ''อาโออิ'' เธอประกาศแขวนเต้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วนี่สิ
และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำไม ''ย้ง-ทรงยศ''  ผู้กำกับฯ มากฝีมือ ถึงได้ตัดสินใจดึงเธอมาเล่นหนังรักใส
สไตล์วัยรุ่นเรื่องนี้ และเพื่อให้คนไทย (ที่ไม่พิสมัยหนังโป๊) รู้จักเธอมากกว่านี้ 

      วันนี้สยามดาราอาสาพาไปทำความรู้จักประวัติของเธอดูซักหน่อย
อย่างน้อยก็ช่วยให้คอหนังที่กำลังจะดูเรื่องนี้รู้จักกับเธอมากขึ้น



ชื่อ : โซระ อาโออิ (Aoi Sora)

วันเกิด : 11 พ.ย. 2526

ส่วนสูง: 155 ซม.

หน้าอก: 90 ซม.(คัพ F)

สะโพก: 83 ซม.

กรุ๊ปเลือด: B (บี)

งานอดิเรก: ดูหนัง, เต้นรำ และเล่นบิลเลียด  

ความสามารถพิเศษ: การเพนต์สี

อาหารจานโปรด: แฮมเบอร์เกอร์


รูปภาพประกอบ:








    


    


Reference: www.mthai.com
               www.hi5.com

3月29日

คุณ รู้สึก อย่างไร เมื่อความรัก ถูก ทอดทิ้ง


คุณ รู้สึก อย่างไร เมื่อความรัก ถูก ทอดทิ้ง















ขอให้ปิดเทอมนี้ ทุกคน สมหวังกับความรัก นะครับ***


3月1日

กันและกัน

เนื้อเพลง : กันและกัน เพลงประกอบภาพยนตร์ รักแห่งสยาม

ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม
มันอาจไม่เพราะ ไม่ซึ้งไม่สวยงามเหมือนเพลงทั่วไป

อยากให้รู้ ว่าเพลงรัก ถ้าไม่รัก ก็เขียนไม่ได้
แต่กับเธอคนดีรู้ไหม ฉันเขียนอย่างง่าย...ดาย

เธอคงเคยได้ยินเพลงรักมานับร้อยพัน
มันอาจจะโดนใจ แต่ก็มีความหมายเหมือนๆกัน

แต่ถ้าเธอฟังเพลงนี้ เพลงที่เขียนเพื่อเธอเท่านั้น
เพื่อเธอเข้าใจความหมายแล้วใจจะได้มีกันและกัน

มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย
และที่ผ่านมาฉันใช้เวลาเพื่อหาความหมาย

แต่ไม่นานก็เพิ่งรู้ เมื่อทุกครั้งที่มีเธอใกล้
ว่าถ้าชีวิตคือทำนอง เธอก็เป็นดังคำร้องที่เพราะและซึ้งจับใจ

ให้มันเป็นเพลง บนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน
อยู่ด้วยกันตราบนานๆ ดั่งในใจความบอกในกวี

ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง
คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ ฉันมีปลายทาง

มีทางเดินให้เราเดินเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน
มีทางเดินให้เราเดินร่วมเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน

2月11日

เดือนแห่งความรัก... ของคนไร้รัก

เดือนกุมภาพันธ์...

เดือนนี้เป็นเดือนของคนที่มีความรัก
เป็นเดือนแห่งคู่รัก...
แล้วคนที่ไม่มีความรักละ... จะทำอะไรดีในเดือนนี้

ฉันคนนึงละ ที่ไม่มีความรัก
ความรักเป็นอย่างไร ไม่รู้จักมันมานานมากแล้ว
ความรักเปรียบเสมือนเป็นคนแปลกหน้า
ที่ไม่เคยเจอกันมานานมาก จนแทบจะจำกันไม่ได้แล้ว

นานเหลือเกิน... ที่ความรักเดินจากไป
เดินไปไกล แล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะหันกลับมาหาฉันเลย
ฉันเหงา... แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร



ความรัก... มีขายไหม
มีขายที่ไหน... ใครช่วยบอกที

ตอนนี้เหมือนฉันกำลังตามหาความรัก
แล้วก็เหมือนว่าความรัก... กำลังเล่นซ่อนหากับฉันอยู่



ถ้าเหนื่อยกับการตามหา... ก็หยุดเถอะนะหัวใจ
หยุดวิ่งตาม... หยุดไขว่คว้า อยู่นิ่งๆ อยู่กับตัวเอง

เดือนแห่งความรัก...
ไม่ได้มีความหมายอะไรสักเท่าไหร่
เพราะยังไง... คนอย่างฉันก็... เป็นคนที่ไร้ซึ่งความรักอยู่ดี


reference to: www.kapook.com

11月24日

มีแฟนใหม่แล้วชื่อ PORTAL6.0

มีแฟนใหม่แล้วชื่อ PORTAL6.0

         ฮึ่มม ช่วงนี้ตื่นเช้าทุกวัน เจอลมหนาว
ลอยมาปะทะเป็นระยะเลย อากาศเริ่มเย็น
ได้เกือบเดือนแล้วสินะ (ขี้เกียจอาบน้ำจัง ^^)
อิอิ ... < เน่า*

       ทำงานที่ Avalant มาก็ผ่านเดือนนึงไป
แล้วเมื่อไม่กี่วันนี่เอง เริ่มงานได้อาทิตย์เดียว
ยังไม่ทันได้ Trainning เพิ่มเตืมความรู้กันก่อน
(เหมือนที่หวังไว้เลย)

     "เห้ยย พี่.. ให้ผมลง Project เลยหรอครับ"
.. ."จะไหวมั้ยเนี่ยะครับ พี่น้องครับ ประสบการณ์
เป็น DEVELOPER ก็ไม่กี่เดือนเองตั้งแต่จบเนี่ยะ"

      "น่าๆ พี่เชื่อว่าเอกทำได้ นะ อืมๆ"

      "โห่ พี่ว่างี้ผม ก็ไม่มีทางอื่นเลยอ่ะดิ" << อันนี้คิดในใจ

      "งั้นเดี๋ยวลองดู ก็ได้ครับ ว่าจะเป็นไงมั่ง" << อันนี้ที่พูดออกมา ฮ่าฮ่า

      ฮึ่มม แล้วคราวนี้ของจริงซะด้วย IBM WEBSPHERE PORTAL6.0
ยังไม่เคยเห็นใครที่ไหน เค้าใช้เป็นจริง เป็นจังซักกะที
ตอนนู้น ก็เคยแต่ลง+Config version5.0 แต่ก็น่าจะเหมือนๆกันนะ เง้อ*

ชื่อ Project เต็มๆก็คือ

TRUE : TRU11-2C : CONTENT MANAGEMENT WEB
: Responsible for CONTENT MANAGEMENT FORUM

Development Tools
 - IBM WEBSPHERE PORTAL6.0
 - IBM TIVOLI LDAP5.0
 - IBM RATIONAL 7.0
 - ORACLE 10G

Development Design Frameworks
 - Data Access Object (DAO)
 - Enterprise JavaBean (EJB)
 - Java Database Connectivity (JDBC)
 - JAVA Programming

     ทีนี้คงต้องเติมเชื้อเพลิงให้เต็มถังกันซะที ไหนจะต้อง
เรียนรู้ Development Tools ฟื้นฟูวิชา JAVA Programming
กลับมาให้แข็งแกร่งเหมือนเดิม ฮ่า ฮ่า ฮ่า





tivoli_logo
lotus_logo
rational_logo
websphere_logo
db2
10月29日

JUST TYPE FOR PREDICT

JUST TYPE FOR PREDICT

      แค่กรอกแล้วคลิ้ก ก็รู้วันสุดท้ายของชีวิต
แนะนำ Tips โดย pornchaij เวลา 10:04 น.

     พอดีผมได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์มาจากเพื่อน
แถมใช้หัวเรื่องเสียน่ากลัวว่า The Death Clock
โดยข้อความที่เพื่อนเขียนในเมล์ตั้งคำถามน่าสนใจ
ซะเหลือเกินว่า รู้เปล่าว่านายจะตายวันไหน...
และเหลือเวลาอีกเท่าไร? พร้อมกับส่งลิงก์ให้เข้าไป
ยังเว็บไซต์แห่งหนึ่ง

     หลังจากได้อ่านอีเมล์จนจบ แล้วลองเข้าไป
ใช้บริการเว็บที่เพื่อนแนะนำมานั้น ทำให้ต้องย้อน
กลับมาคิดถึงเรื่องความตาย เรื่องที่ทุกคนไม่อาจหนีได้

     พูดถึงเรื่องตายแล้ว ผมพาลไปนึกถึงเพลง
เวลาที่ดีที่สุดที่ฉันเคยมีของพี่แอม ผมชอบตรงเนื้อเพลงที่ว่า
หากมีปาฏิหาริย์ ขอพรได้ครั้งสุดท้าย ฉันขอเพียงแค่ก่อนตาย
ฉันจำเธอได้ก็พอมันโดนใจดี เป็นการบอกให้เรารู้ว่าต้อง
หมั่นทำความดีกับคนใกล้ตัว และแบ่งปันให้เพื่อนร่วมโลกด้วย

     เอาละเขียนไปเสียยาวขอเข้าเรื่องดีกว่าครับ เว็บไซต์แห่งนี้
มีบริการตรวจสอบวันตาย (ไม่ใช่ตรวจดวงชะตาราศีนะครับ)
โดยใช้ข้อมูลวันเกิด เพศ และอายุ กับ BMI (Body Mass Index)
เพื่อคำนวณวันตาย พร้อมทั้งนับถอยหลังเวลาที่เหลือในหน่วยวินาที
ให้ผู้ใช้บริการได้ทราบ และเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า เรากำลังเข้าใกล้
ความตายอยู่ทุกขณะ...
 
     ทั้งนี้ วันเวลาที่เหลืออยู่ของชีวิตยังขึ้นอยู่กับปัจจัยการ
ดูแลสุขภาพด้วย โดยเว็บไซต์แห่งนี้จะสอบถามข้อมูลด้วยว่า
เราเป็นพวกสิงห์อมควัน หรือเปล่า เพราะนั่นหมายถึงเวลาคำนวณ
จะได้ลดวันเวลาที่จะอยู่ดูโลกลงไปอีก
 
     นอกจากนี้ การคำนวณวันตาย ยังมีวิธีการ (Mode) อีกด้วยว่า
จะให้คำนวณแบบไหน เช่น มองโลกในแง่ดี (optimist) แง่ร้าย (pessimist)
ปกติ (Normal) หรือซาดิสต์ (sadistic)

     สำหรับการคำนวณ BMI จะใช้ส่วนสูงกับน้ำหนัก ซึ่งส่วนสูง
จะต้องแปลงให้อยู่ในหน่วยฟุตกับนิ้ว ในขณะที่น้ำหนักจะต้องใช้ใน
หน่วยปอนด์ (เอาน้ำหนักเป็นกิโลกรัมคูณด้วย 2.2 โดยประมาณ)
ที่บริเวณด้านล่างของหน้าเว็บจะมีแบบฟอร์มสำหรับคำนวณ BMI
ให้ด้วย เพื่อนำมาใช้ในการกรอกข้อมูลครับ
 
     ใครสนใจอยากทราบวันตายของตัวเองก็ลองคลิ้กเข้าไปที่
www.deathclock.com นะครับ



 
 
 
***บทความน่าสนใจนำมาจากเว็ปไซด์ http://www.arip.co.th/
 
 
ของเราทำนายไว้เป็นวันพุธที่ 17 APRIL ค.ศ.2058 นู่นแน่ะ
^ทำไมนานจัง เฮ้อ~ < ท่าทาง เราจะบาปหนา* Sarcastic

(ถ้าถึงตอนนั้นจริงๆ อายุก็น่าจะประมาณ 73 ปีแล้ว < เป็นคุณปู่เอก กันพอดี)*

~ ^-^ ~
 


10月12日

4 DAYS with in BANKTHAI experience

4 DAYS with in BANKTHAI experience
                         
      4 วัน กับประสบการณ์การทำงานธนาคาร
เหอๆ ถือว่าเป็นช่วงเวลาดีช่วงหนึ่งเหมือนกันนะ Smile
ฮึ่ม เจอพี่ๆที่ทำงานที่มีน้ำใจและก็เก่งๆกันทุกคน
เลย  ถึงแม้ว่าจะได้ทำงานไปแค่ 4 วันเท่านั้นเอง
ก็เถอะนะ แต่ก็ได้เจอะเจออะไร ต่างๆมากมาย
อะไรที่ไม่เคยเห็น ก็ได้สัมผัสอย่างที่น้อยคนได้้เจอ
นะ 
   
       อย่างเช่น ห้อง SERVER Computer ของ BANK เอาไว้
เก็บข้อมูลหรือว่าส่งผ่าน ประมวลผลข้อมูลของลูกค้า
ที่ใช้บริการต่างๆของธนาคารผ่านระบบคอมพิวเตอร์
นั่นแหละ อย่าง ATM,CHEQUE,CORE BANKING
ซึ่งก็รู้กันว่าข้อมูลเยอะมากขนาดไหน เหอๆ+
และอย่างการได้เข้าไปสัมผัส Trading Room หรือ
ห้องค้าเงิน Telephone receiverก็น่าตื่นเต้นพอๆกันเลย เห็นพี่ๆ วุ่นวาย
กันเหมือนในหนัง แต่อันนี้ได้สัมผัส บรรยากาศจริง
ดูๆ เพลินๆ นึกในใจ "อยากเปลี่ยนอาชีพซะเลย"
เอิ๊กๆ ดูๆ เหมือนพี่ๆเค้า ท่าทางๆ High Soul กัน
เอามากๆ BoyGirl

       แต่โลกก็ต้องเดินต่อไป ในเมื่อสังขารไม่เที่ยง
(ขาเป๋ ไม่หาย) เฮ้อ . . . ไปทำงานไม่ไหว ก็ต้องยอม
ลาออก Wilted rose (แสดงสปิริต*) เหอๆ 

        ทั้งๆที่เพิ่งเริ่มศึกษางานใหม่ยังไม่ทันรู้เรื่องเลย มีระบบ
เยอะแยะ มากมาย ให้ต้องเรียนรู้อีกเพียบ ถึงจะเสียดายแต่สุขภาพ
ต้องมาก่อน

      ยังไงๆ ในเมื่อตื่นเช้า Light bulb แล้วฟ้ายังสว่างทุกวัน Sun ก็เชื่อว่า
ซักวันต้องหาโอกาสดีๆ ทำให้เป็นของเราให้จงได้ เอิ๊กๆ Wink




สู้ต่อไปนะ Dog face

- อาทิตย์ -
 







*Blog นี้จบซึ้งจัง เอิ๊กๆ
**เครียดยังไงๆ